วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.31 น.
“กสทช.” ประกาศถอด “ฟุตบอลโลก” ออกจาก Must Have – Must Carry โดยจะมีการพิจารณานำเข้าไปอีกครั้ง เมื่อ “ทีมชาติไทย” ได้ไปแข่งขัน ฟุตบอลโลก ในอนาคต โดยสาเหตุที่ทาง กสทช. ได้ทำการถอดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก ออกจาก Must Have กีฬาที่คนไทยต้องดู และ Must Carry การดำเนินการให้ทุกแพลตฟอร์มให้คนไทยได้ชมเนื่องจาก ทั้ง 2 กฎดังกล่าว กสทช. มองว่าเป็นการกีดกันภาคเอกชนที่จะเข้าไปประมูลซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ทำให้ภาครัฐต้องเสียเงินทุกๆวงรอบ 4 ปีเป็นจำนวนหลักร้อย ถึงหลักพันล้านบาทไปอย่างสูญเปล่าประโยชน์โดยให้เหมือนฟุตบอลยูโร,ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกหรือฟุตบอลเอเชี่ยนคัพที่ไม่มีกฎนี้แต่ประการใดให้เอกชนเข้าไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดตามปกติ
ทั้งนี้จากกฏดังกล่าวทาง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เผยผ่านผู้สื่อข่าวว่าจะมีการปรับปรุงกฎดังกล่าวแน่นอน เพราะกฎดังกล่าวทางคณะกรรมการชุดเก่าออกกฎมานั้น รูปแบบแพลตฟอร์มสมัยก่อน ยังไม่มากเท่าปัจจุบัน ทำให้ลำบากต่อการทำธุรกิจ โดยทางบอร์ด กสทช. ก็จะมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมองว่าไม่ใช่หน้าที่ กสทช. ที่ต้องมาออกเงินทุกๆ 4 ปีแบบนี้ แต่เมื่อกฎที่สร้างไว้เป็นปัญหา ก็ปรับแก้ไขกันต่อไป เพราะ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะสามารถใช้เงินได้ต่อเมื่อมีนักกีฬาไทยไปแข่งขัน
สำหรับรายการกีฬาหลังจากที่ กสทช. ประกาศถอน ฟุตบอลโลก ออกจาก Must Have – Must Carry จากเดิมที่มี 7 รายการ จะลดเหลือ 6 รายการ ประกอบด้วย ซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, เอเชี่ยนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์ และ พาราลิมปิกเกมส์ ซึ่งทั้ง 6 รายการเป็นรายการที่มีนักกีฬาไทยไปแข่งขันซึ่งในอนาคตหาก ทีมชาติไทย ได้ไปแข่งขันในฟุตบอลโลก ก็จะมีการปรับปรุงแก้ไข และอาจจะมีการนำ ฟุตบอลโลก กลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง หรือจะออกเป็นข้อยกเว้นต่างๆ แล้วแต่การจะพิจารณาในอนาคต

https://ift.tt/7FCbkpS
กีฬา
Bagikan Berita Ini
0 Response to "กสทช.ถอดฟุตบอลโลกจากกฎมัสแฮพและมัสแครี่ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า"
Post a Comment